View Full Version : บทเรียนจาก Knife Training ที่น่าสนใจ
ขอเชิญร่วมขยายผล โดยบันทึกบทเรียนที่ได้ เพื่อเป็นประโยชน์วงกว้างขึ้นครับ
สำหรับผม ผมชอบเรื่องทฤษฎี "ไฟสี" ครับ เอาไปสอนลูกหลานได้
เขียว .... ปลอดภัย สถาณการณ์แวดล้อม เรียบร้อย
เหลือง... ให้ระวังภัยเล็กน้อย
ส้ม........ อันตราย และอาจจะเปลี่ยนเป็นแดงได้ในพริบตาเดียว
แดง...... อันตรายมาก เกิดเหตุ ภัย
warut
30-08-2004, 11:59 PM
ผมชอบเรื่อง "ความมั่นใจเกินไป" ของคนที่มีการฝึกมีดมาบ้างพอสมควรครับ จะเริ่มมีความรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น จนอาจลืมกฎสำคัญของการป้องกันตัว ซึ่งได้แก่ "อย่าไปในที่อโคจร"
kitcamp
31-08-2004, 12:43 AM
เพิ่มเติมจากของพี่ดิ๊ก เรื่องสภาวะสี 4 สถานะ หลังจากฟังมา 2รอบพอจับใจความได้
พี่โจ้ (แห่ง B.A.Dชื่อสำนักเท่ห์โดนใจมากๆ)แนะนำให้กำหนดตัวเองให้อยู่ในส่วนของสีเหลืองตั้งแต่ตื่นนอน คือให้ระวัง แต่ไม่ใช่ระแวง เมื่อเข้าภาวะคับขัน สถานการณ์จะเปลี่ยนเป็นสี ส้ม สีแดง หรือกลับมาเหลืองเหมือนเดิม ก็แล้วแต่สถานการณ์
ที่ชอบอีกอันนึงคือ "ให้สู้แบบรักชีวิตครับ" อันนี้ผมจำได้จากพี่เอ็ม(แห่ง B.A.D.)เช่นกันบอกตอนฝึก ประมาณว่าหากเราไปแลกกับผู้ประสงค์ร้ายแบบเค้าเจ็บเราเจ็บ มันไม่คุ้ม :(
It's Good to be B.A.D.
ขอบคุณพี่ดิ๊ก กระทู้นี้น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนคนอื่นๆที่ไม่มีโอกาสไปร่วมฝึกกับเราด้วยครับ
แก้ไขพี่ดิ๊กครับ............. เป็นขาว เหลือง ส้ม แดง ครับ
ผมมักจะแซวว่าให้ทำต้วเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน (อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนครับ) เลิกคิดว่า 'คงไม่เป็นไรหรอก' แต่ให้คิดว่า 'หากเกิดอะไรขึ้น' มากกว่าครับ
คุณพ่อของเราเป็นตำรวจ ท่านสอนเราเสมอว่า เหตุรุนแรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปล้น จี้ หรือฉุดคร่า ฯลฯ มักจะเกิดใกล้ๆบ้านเสมอ เพราะเป็นจุดที่เหยื่อใช้เป็นประจำ และเวลาแน่นอนด้วย แถมเหยื่อยังตายใจด้วยครับ
"คุณพ่อของพวกเราเป็นตำรวจ......."
แหม น่าชื่นชมจริง
นักกายภาพที่สนใจเรื่องของอุบัติภัยบัญญัติสมรรถนะของคนไว้หลายลักษณะ
ที่ผมพอจะจำได้ (แต่อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างแบบกรณีสัญญาณไฟที่กรุณาแก้ไขไว้)
สมรรถนะแบบที่ 1...... เมื่อเกิดเหตุไม่สามารถเอาตัวรอด
สมรรถนะแบบที่ 2...... เมื่อเกิดเหตุสามารถเอาตัวเองรอดได้
สมรรถนะแบบที่ 3...... สามารถเอาตัวรอดได้ พร้อมทั้งช่วยผู้อื่นได้อีก 1 คน
สมรรถนะแบบที่ 4...... ช่วยผู้อื่นได้อีกหลายคน
ดูท่าลูกคุณพ่อฯ 2 คนนี้ เข้าข่ายที่ 4.......น่าภูมใจครับ
อีกสิ่งหนึ่งจากบทเรียนที่น่าสนใจ คือ การทำเครื่องหมายไว้ที่ตัวผู้ร้าย
แล้วปล่อยให้ผู้ร้ายหนีไปก่อนโดยไม่กักกันไว้ เพราะการกักกันไว้ อาจนำภัยมาสู่พลเมืองดีอย่างเราท่าน
เพราะเราท่านไม่มีหน้าที่จับกุม และไม่น่าเสี่ยง
เครื่องหมาย บาดแผลที่ทำไว้จะเป็นเบาะแสเพื่อจนท.ไปตามจัดการเอาเอง
หมดหน้าที่ของเรา เพราะหน้าที่เราแค่ป้องกันตนเองและผู้อื่นอันเป็นที่รัก
แบบนี้เข้าข่ายไม่ไล่ผู้อื่นเข้ามุมอันจะเกิดกรณี "หมาจนตรอก"โบราณท่านรู้ว่าหมาจนตรอกนั้นอันตราย
คุณโจ้ยังบรรยายต่อไปถึง "จุดตาย" และ "จุดพิการ"
ซึ่งการบรรยายเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ และแนบเนียน
กล่าวคือ ไม่แนะนำให้ทำ เพราะมันโหด*****มเกินไป
มันอาจจะเป็นการทำร้ายผู้อื่นเกินจากความผิดที่เขากระทำ หรือบทลงโทษที่เขาสมควรได้รับ
("จุดตาย" ที่กล่าวถึงในวันนั้น ได้กล่าวแก่บุคคลที่เลือกสรรค์แล้ว และคงไม่ต้องกล่าวไว้ในที่นี้)
ผมค่อยๆนึกทบทวนสิ่งอันเป็นประโยชน์นะครับ
ตัวเองด้อยความรู้แต่ก็ยังหวังว่าจะช่วยเป็นอีกแรงหนึ่งที่เก็บเอาข้อมูลบทเรียนที่ให้ไว้
โดยอาจจะขยายผลให้กับทีมงานที่ตั้งใจไว้ และเหนื่อยกันมาแล้วรอบหนึ่ง
เหยื่อยังไงก็คือเหยื่อวันยังค่ำ
ทำอย่างไรไม่ให้เป็นตกเหยื่อ
คือต้องระวังตัว และอย่าเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทำร้ายได้ เช่น
เดินกลับบ้านในที่เปลี่ยวหรือไม่เปลี่ยวก็เถอะ อย่าเดินคุยโทรศัพท์ (มือถือ) แก้เขิน หรือแก้เหงา แก้เซ็ง หรือต้องการโชว์ว่าใช้มือถือราคาแพง (เห็นบ่อยมากโดยเฉพาะสาวๆ) เพื่อนผมเพิ่งโดนมา กลับบ้าน 5 ทุ่ม เดินคุยโทรศัพท์กับแฟน ปรากฏว่าโดนคนร้ายขี่มอเตอร์ไซด์ซ้อนมา 3 คน คนแรกทำทีเข้ามาถามทาง คนที่ 2 เดินอ้อมมาด้านหลังเอามีดจี้ที่ด้านหลังพร้อมกับล็อคคอ คนที่ 3 เดินมาจัดการรูดทรัพย์ ดึงกระเป๋าตังค์จากกระเป๋ากางเกง พร้อมกับกระชากมือถือ จากนั้นมันก็หนีไปอย่างสบายแฮ...... :mad:
เพื่อนผมบอกว่ามันเกิดขึ้นเร็วมาก พวกมันทั้ง 3 คนทำยังกะฝึกซ้อมมาอย่างดี ผมลองมานั่งนึกภาพดู ถ้าเป็นผมผมจะทำอย่างไร ผมคิดไม่ออกครับถ้าเกิดขึ้น เพราะมันล้อมหน้าล้อมหลัง คงคิดได้อย่างเดียวคือไม่โชว์ทรัพย์สินให้คนร้ายเห็น นั่นก็คือไม่เดินโทรศัพท์มือถือในที่เปลี่ยว
ผมหมั่นสังเกตุพฤติกรรมของคนขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่เสมอ ขณะที่ผู้ใช้โทรศัพท์กำลังคุยอยู่นั้นสติมักจะไปจับจดอยู่กับการพูดคุย โดยไม่สนใจคนรอบข้างหรือสิ่งแวดล้อมเลย ผมเคยเจออยู่คนนึงเดินคุยโทรศัพท์แล้วก็เดินสวนทางกับรถผม ผมก็เห็นว่าเค้าต้องหลบรถผมเพราะเค้าเดินลงมาบนถนนแทนที่จะเดินบนทางเท้า ผมอยู่เลนซ้ายเพื่อที่จะเลี้ยวเข้าตึก หญิงคนนั้นก็เดินคุยอย่างออกอรรถรสโดยไม่สนใจรถผมที่กำลังสวนมา ผมก็ชะลอเบรคนิดหน่อยและดูว่าเค้าจะหลบหรือขึ้นไปเดินบนฟุตบาทหรือเปล่า แทนที่เค้าจะหลบกลับกลายเป็นเดินเข้ามาหารถผม ผมเลยลองบีบแตร ปิ๊นๆ ปรากฏว่าแกสะดุ้งแล้วรีบก้มหัวขอโทษผมเป็นการใหญ่ :confused:
ผมก็งงว่าอะไรกันนะ การคุยโทรศัพท์นี่มันทำให้คนเราขาดสติไปได้ขนาดนี้เลยหรือ ถึงว่าโจรสะพานลอยมักจะลงมือทำการขณะที่เหยื่อกำลังคุยโทรศัพท์
นึกไปถึงข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่เด็กนักเรียนโรงเรียนหอวัง โดนทำร้ายเพื่อจะชิงโทรศัพท์ ผมนึกชมเด็กคนนี้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด เด็กคนนี้มีสติและระวังตัวดีมาก เค้าเล่าว่าเค้าขึ้นรถเมล์เพื่อจะกลับบ้านแล้วก็นั่งคุยโทรศัพท์อยู่สักพัก ก็วางสาย เด็กคนนี้เค้าบอกว่าเห็นชายคนนึงนั่งจ้องมองโทรศัพท์เค้าอย่างผิดสังเกตุ เด็กเค้าก็เลยเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋านักเรียน พอถึงป้ายที่เค้าจะลง เค้าเห็นว่าชายคนที่นั่งจ้องโทรศัพท์ก็ได้ลงไปก่อน พอเด็กเห็นอย่างนั้นเลยเปลี่ยนใจไม่ลงป้ายนั้น ปรากฏว่าชายอีก 2 คนที่นั่งอยู่หลังสุดได้ให้สัญญาณไอ้คนที่ลงไปก่อนว่าให้ขึ้นมา เด็กชายคิดในใจว่าคงต้องลงป้ายที่คนลงเยอะๆ หน่อยจะได้รวมกลุ่มไปด้วยอาจจะปลอดภัย พอถึงป้ายที่คนลงเยอะเด็กเค้าก็ลงไปด้วย ชาย 3 คนก็เดินลงตามมาในมือถือมีดสปาต้า เดินไล่เด็กคนนั้นและก็จัดการเอามีดฟันเข้าที่หน้า โดนเข้าที่โหนกแก้มและยังฟันลงมาแบบไม่ยั้งมือ ปากก็ถามว่าโทรศัพท์อยู่ไหน ดวงคงยังไม่ถึงฆาตมั้งครับ ตำรวจสายตรวจขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมา คนร้ายทั้ง 3 วิ่งหนีไปในทันที ตำรวจนำตัวเด็กชายคนนั้นไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว เด็กบอกว่าที่คนร้ายหาโทรศัพท์ไม่เจอเพราะเค้าเอาไปซ่อนไว้ในกระเป๋านักเรียน
คงถือเป็นกรณีศึกษาได้บ้างนะครับ ท้ายที่สุดแล้วจะทำยังไงให้ไม่ตกเป็นเหยื่อ นั่นก็คือเราต้องไม่ทำตัวเป็นเหยื่อครับ
ถ้าบ้าหนังแบบผม ก็ต้องแบบ Jason Boีurne ครับ จากผู้ล่า มาเป็นผู้ถูกล่า และผู้ถูกล่าก็กลับไปเป็นผู้ล่าอีกที :D :D ผมชอบทั้งสองภาคเลย (ฺBornce Identity ในภาคแรก และ Bourne Supremacy ในภาคที่สองซึ่งกำลังฉายอยู่ครับ)
นายทะนง
31-08-2004, 12:09 PM
ผมชอบ เรื่องสภาวะสี 4 สถานะ ตามที่พี่ดิ๊กกล่าวถึงเพราะสามารถนำเอาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเครื่องเตือนสติตัวเองได้ดี และก็ชอบบทเรียนทุกบท แง่คิดในทุกมุมมองทั้งการต่อสู้และการรัษาชีวิตที่พี่เอ็มและคุณโจ้ได้ถ่ายทอด โดยจะเน้นที่ -ให้สู้แบบรักชีวิต- และชอบทุกมุมมองของทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นของ คุณ007 คุณWARUT คุณKitcamp และคงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะบอกเล่าและถ่ายทอดสู่ลูกๆหลานๆ เพื่อการอยู่รอดปลอดภัยในสภาวะสังคมปัจจุบันนี้
Ghibli
31-08-2004, 12:19 PM
ไม่ใช้แต่สู้แบบรักชีวิตเท่านั้น ผมยังชอบที่คุณโจ้กล่าวไว้ว่าให้ ประทะ(ต่อย)แบบถนอมมือ กลัวผู้บริหารจะเซ็นเช็คไม่ได้ในวันรุ่งขึ้น ;)
ว่างไม่ได้เลยผม ต้องแวะมาแจมหน่อย อิอิ
"การสู้แบบถนอมมือ" ผมคิดว่ามันเป็น "ภูมปัญญา" เลยเชียวแหละ
"มวยไชยา" ที่ผมเชื่อว่าแสนร้ายกาจทั้งรุก และรับ
ท่านอาจารย์แมนฯ แห่งสำนักอาฑมาฎนเรศวร เน้นเสมอ ว่าหมัด (นิ้ว) เป็นจุดเปราะ
ไม่น่าใช้ในทุกโอกาศ แต่ก็ใช้ได้
ท่านเน้นให้ใช้ท่อนแข และศอกมากกว่า
คุณ 007... Bourne เป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง (สองเรื่อง) ในรอบหลายปีมานี้
แต่ดูยากสักหน่อย
ดูเสร็จในบางจุด มาถึงบ้านแล้วเพิ่งอ๋อ ... ประติดประต่อเรื่องได้อีก 2 - 3จุด
ขอเสริมเรื่องนิ้วมือนิดหน่อยครับ
พี่โจ้บอกว่าให้ตบหน้าหรือบ้องหูของคนร้าย และที่พี่โจ้แสดงให้ดูผมเห็นว่าพี่โจ้ทำในลักษณะแบมือ ผมคิดเองว่าน่าจะหงิกนิ้วมือในลักษณะมะเหงกเพื่อเป็นการป้องกันนิ้วของเราหักหรือส๊น และจุดที่ใช้ปะทะคือส้นมือ จุดที่ถูกปะทะคือครึ่งปากครึ่งจมูก หรือจะอัดเข้าที่ปลายคางก็ได้ การอัดเข้าที่ปลายคางในท่านี้อาจทำให้คนร้ายเสียชีวิตได้ เพราะจุดปะทะคือปลายคางก็จริงแต่แรงกระแทกทำให้ศรีษะของคนร้ายหงายขึ้นไปในลักษณะผิดธรรมชาติ ผลคือคอหักครับ
การป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ อาจจะทำให้คุณเป็นฝ่ายผิดได้เช่นกัน :)
TRUCKER
31-08-2004, 04:25 PM
ผมเรียนรู้มากกว่าท่านอื่นๆนิดนึง แต่สำคัญกับผมมาก
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ท่ายืนหล่อ :cool:
warut
31-08-2004, 04:35 PM
.
ท่ายืนหล่อ :cool:
เดี๋ยวท่านที่ไม่ได้ไปร่วมฝึกจะมองไม่เห็นภาพ ท่ายืน "หล่อๆ" เป็นแบบนี้ครับ :D :D
http://img.photobucket.com/albums/v695/w_namatra/ThaibladeMember/Trucker.jpg
bancha
31-08-2004, 05:09 PM
ปิดหน้าเข้าใจ อันล่างกระดุมมันอ้าหรือครับ
ถ้ามีล่างอีกอันก็มีเฮ!
อีกเรื่องที่อยากให้ระลึกไว้ครับ คือ การเหน็บมีดพับที่กระเป๋ากางเกงน่ะ
ในความเห็นของเรา ตำแหน่งนั้นเป็นการพกมีดที่ไม่เวิร์คที่สุดครับ เพราะเห็นได้ชัด ใครก็ตามที่เห็นคลิปโผล่ออกมาจากขอบกระเป๋ากางเกงก็รู้กันทั้งนั้นว่าเป็นมีดพับ ไม่ว่าจะเป็นยาม ตำรวจ หรือคนร้าย
สำหรับยามหรือตำรวจ ถ้ารู้ว่าเราพกมีด ก็อาจถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือโดนตรวจค้น ยึดมีดได้ แต่ถ้าเป็นคนร้ายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจแบ่งเป็น 2 กรณีครับ คือ ไม่ยุ่งกับเราดีกว่า ไปหาเหยื่อรายอื่นที่เคี้ยวง่ายกว่านี้ หรือ "เล่นมันซะเลย ได้มีดพับเป็นของแถมอีกอันด้วยว่ะ" แล้วก็ลงมืออย่างรวดเร็ว และรุนแรงมากขึ้น เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เราตอบโต้
วรุตม์........... รูปเจ๋งดีครับ ช่วย Write CD ไว้ให้หน่อยนะครับ............ เซ็นเซอร์รูปพี่ทรักเกอร์น่ะไม่ต้องเจาะขาวหรอก แค่คาดตาไว้ก็พอ เผื่อหาคู่น่ะ :D
บัญชา............. คิดเหมือนผมเลยง่ะ
007............... การใช้มือตบนั้นเป็นสามารถที่ต้องฝึกฝนครับ ใครถนัดแบบไหน เลือกใช้แบบที่ตนเองถนัด และจะไม่ทำอันตรายกับตนเองดีกว่า อย่างผมต่อยมวยสากลสมัครเล่นตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน ยังไงผมก็เลือกกำหมัดไว้ก่อน......... เทคนิคการตบ การจับนั้นถ้ามีโอกาสค่อยฝึกกันแบบเต็มๆอีกครั้งดีกว่าครับ
warut
01-09-2004, 12:35 PM
ไม่ได้ sensor สะดือครับ แต่ปิดป้ายชื่อ :D :D :D
TRUCKER
01-09-2004, 02:16 PM
เชอะ พวกขี้อิจฉาความหล่อ :p :p ... :D
Sonny
01-09-2004, 02:39 PM
เพิ่มจาก 007 คือนอกจากระวังตัว อย่าเปิดโอกาสแล้ว(ป้องกัน)
บางทีเราอยู่ในสถานะการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ควรคิดแผนไว้ด้วยว่าถ้าเกิดเหตุร้ายขึ้นจริงๆจะทำยังไง
แผนหนึ่งมีแล้วควรมีแผนสอง(สำรอง) แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกที(แก้ไข)
คือทั้งป้องกันและแก้ไข
หนังเรื่องหนึ่ง Gene Hackman บอกว่า เขาไม่ผูกเชือกรองเท้าหรอกถ้าไม่มีแผนสำรอง
คือรอบคอบที่สุดจริงๆแม้เรื่องเล็กๆ
ตรงนี้ผมว่าในการฝึกไม่ได้เน้น ไปเน้นที่เมื่อประจันหน้ากันแล้วจะทำยังไง
มุขโปรยทาน (หรือโยนของใส่) ก็ซื้อเวลาได้และทำให้ผมคิดมากขึ้น
แต่อย่าลืมคำว่า "ป้องกันตัวโดยสมควรแก่เหตุ" ด้วย
เรื่องคลิปโผล่นี่คงต้องอาศัยการพรางหรือการหันเหความสนใจไปก่อนครับ
นอกนั้นเหมือนท่านก่อนๆๆๆๆครับ :D
uncle jessy
01-09-2004, 06:24 PM
เพิ่งเป็นสมาชิกได้ไม่นานแต่ก็สนใจมีดและการป้องกันตัวมานาน
ถ้ามีโอกาสจะขอรับการฝึกบ้างนะครับ... :D ....
พี่dickผมว่าเราเคยเจอและคุยกันบ้างแล้วนะครับในG&T :bang:
G&T ผมไม่ได้เข้าไปนานมากแล้วพี่ Uncle Jessy
ไม่ทราบว่าที่นั่นใช้ชื่อนี้หรือเปล่า ?
uncle jessy
02-09-2004, 08:55 PM
:D ที่G&Tใช้s80ครับ...นานๆถึงจะเข้าไปอ่านบ้างเหมือนกัน
อย่าเรียกพี่เลยครับผมอ่อนกว่าพี่dickแน่ๆ(เกิด1965ครับ)
เสียดายครับที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งที่ 1 ด้วย :(
แต่จะไม่ให้พลาดเป็นครั้งที่ 2 แน่
ผมคิดว่ามีอีกหลายคนที่อยากร่วมกิจกรรมที่ดี ๆ อย่างนี้ แต่พลาดเหมือนผม
Knife Training2 ....เมื่อไหร่....เราจะรอ :)
คุณ Aud ช่วยส่ง Email ไปที่ joe_dtg@yahoo.com ด้วยครับ ผมจะแจ้งกำหนดการให้ทาง Email
ผู้มาเยือน
03-09-2004, 02:18 PM
อีกเรื่องที่อยากให้ระลึกไว้ครับ คือ การเหน็บมีดพับที่กระเป๋ากางเกงน่ะ
ในความเห็นของเรา ตำแหน่งนั้นเป็นการพกมีดที่ไม่เวิร์คที่สุดครับ เพราะเห็นได้ชัด ใครก็ตามที่เห็นคลิปโผล่ออกมาจากขอบกระเป๋ากางเกงก็รู้กันทั้งนั้นว่าเป็นมีดพับ ไม่ว่าจะเป็นยาม ตำรวจ หรือคนร้าย
สำหรับยามหรือตำรวจ ถ้ารู้ว่าเราพกมีด ก็อาจถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือโดนตรวจค้น ยึดมีดได้ แต่ถ้าเป็นคนร้ายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจแบ่งเป็น 2 กรณีครับ คือ ไม่ยุ่งกับเราดีกว่า ไปหาเหยื่อรายอื่นที่เคี้ยวง่ายกว่านี้ หรือ "เล่นมันซะเลย ได้มีดพับเป็นของแถมอีกอันด้วยว่ะ" แล้วก็ลงมืออย่างรวดเร็ว และรุนแรงมากขึ้น เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เราตอบโต้
ถ้าไม่เหน็บที่กระเป๋ากางเกงแล้ว ควรจะเหน็บที่ไหนดีครับ
TRUCKER
03-09-2004, 05:05 PM
ขอบกางเกงก็ดีครับ clipซ่อนใต้เข็มขัด
ผู้มาเยือน
03-09-2004, 05:08 PM
ไปอบรมครับ
TRUCKER
03-09-2004, 05:50 PM
ลองหาหนังสือ Guns & Tactics ดูซิครับ มีความลับให้ค้นหาเพียบ
ลุงเจสสี.....คงใช่ผมเองแหละครับ
ยินดีที่เจอกันแถวนี้ครับ .... บ้านหลักเลยนะเนี่ย
เพื่อนๆที่สนใจ แต่พลาดจากรอบแรก กรุณา Email ไปที่ joe_dtg@yahoo.com ด้วยครับ ตอนนี้กำลังรวบรวมรายชื่ออยู่
ขอบคุณครับ
vBulletin v3.5.4, Copyright ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.